ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

7: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

7-1: หลักจรรยาบรรณ

     เนื่องจากจริยธรรมทางธุรกิจสำคัญต่อชื่อเสียงของบริษัท คณะกรรมการบริษัทจึงได้รับการจูงใจอย่างจริงจังว่าจริยธรรมทางธุรกิจที่ถูกต้องจะเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัทในทุกระดับและของทุกคนที่ติดต่อกับบริษัท ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทจึงได้พัฒนาจรรยาบรรณของบริษัทขึ้น ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัท
     ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำให้พนักงานทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัทจะรวบรวมไว้ในคู่มือพนักงาน เมื่อเริ่มทำงานกับบริษัทและเมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงจรรยาบรรณของบริษัท พนักงานต้องเซ็นชื่อรับทราบ นอกจากนี้ฝ่ายตรวจสอบภายในจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจติดตาม ฝ่ายตรวจสอบภายในจะรายงานต่อกรรมการเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญที่มีผู้ไม่ปฏิบัติตาม
     บริษัทจะไม่ยอมให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือผิดจริยธรรมใดๆผู้ใดก็ตามที่ฝ่าฝืนจรรยาบรรณของบริษัทจะถูกสอบสวนและได้รับโทษทางวินัยซึ่งอาจรวมถึงการเลิกจ้าง กรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย บริษัทจะดำเนินการตามกฏหมาย ซึ่งรายละเอียดของจรรยาบรรณของบริษัทมีดังนี้

7-2: จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ

7-2-1:  ด้านแรงงาน (LABOR)

    บริษัทให้ความสำคัญและเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและการแสดงออกซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นบริษัทจะยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านแรงงานต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

(1) การไม่บังคับใช้แรงงาน
    บริษัทจะไม่ใช้แรงงานใดๆที่เป็นการใช้แรงงานบังคับหรือด้วยความไม่สมัครใจ การใช้แรงงานเพื่อแลกกับการใช้หนี้หรือแบบมีข้อผูกมัด การใช้แรงงานเยี่ยงทาสและการใช้แรงงานนักโทษ พนักงานสามารถลาหยุดงานได้ตามเหตุจำเป็นอันสมควรภายใต้ข้อกำหนด กฎหมายและสัญญาข้อตกลง รวมทั้งพนักงานไม่จำเป็นต้องมอบเอกสารที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงาน ให้กับบริษัท

(2) การไม่ใช้แรงงานเด็ก
    บริษัทจะไม่รับพนักงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่ใช้แรงงานเด็ก เพื่อให้ได้อยู่ในระบบการศึกษาอย่างเต็มที่ ก่อนเข้ามาในระบบการจ้างงาน

(3) ชั่วโมงการทำงาน
    บริษัทจะกำหนดวันทำงานต่อสัปดาห์ไม่ให้เกินอัตราที่กฎหมายแรงงานกำหนดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และพนักงานจะได้รับวันหยุดอย่างน้อย 1 วันในทุกระยะ 7 วัน

(4) ค่าตอบแทนและสวัสดิการ
  บริษัทจะจ่ายเงินค่าตอบแทนแก่พนักงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ค่าทำงานล่วงเวลาและสวัสดิการอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะอธิบายเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติในการจ่ายเงินค่าตอบแทนและสวัสดิการให้กับพนักงานอย่างชัดเจน และแจกสลิปเงินเดือนให้ถูกต้องตรงเวลา

(5) การไม่กระทำทารุณหรือลวนลาม
  บริษัทจะไม่ยอมให้เกิดการคุกคามทางเพศ การลงโทษทางร่างกาย การกระทำทารุณหรือกดขี่ทางเพศ การบังคับทางร่างกายและจิตใจ การตะโกนด่าทอหรือดูถูกเหยียดหยามในที่ทำงาน

(6) การไม่เลือกปฏิบัติ
  บริษัทจะไม่เลือกปฏิบัติในการสรรหาพนักงาน การจ้างงาน การเลื่อนตำแหน่ง การจ่ายค่าตอบแทน การฝึกอบรมของพนักงานรวมทั้งผู้สมัครงาน อันเนื่องจากเชื้อชาติ สีผิว อายุ เพศ พฤติกรรมทางเพศ ชาติพันธุ์มนุษย์ ความพิการทางร่างกาย การตั้งครรภ์ ศาสนา การเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง การเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือสถานภาพสมรส

(7) เสรีภาพในการสมาคม
  บริษัทตระหนักและเคารพต่อสิทธิของพนักงานในการใช้สิทธิตามกฎหมายในการรวมตัวกันได้อย่างเสรี รวมถึงการเข้าร่วมหรือการเป็นตัวแทนในคณะกรรมการ CP&H หรือองค์กร สมาคมใดที่ถูกต้องตามกฎหมาย พนักงานต้องมีอิสระในการติดต่อสื่อสารกับผู้บริหารในเรื่องของสภาพการทำงานและการดำรงชีวิตโดยปราศจากการข่มขู่หรือลงโทษ

7-2-2:  ด้านสุขภาพและความปลอดภัย (HEALTH and SAFETY)

    บริษัทจะตระหนักว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ความถูกต้องในการผลิต และขวัญกำลังใจของพนักงานนั้นขึ้นอยู่กับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม ดังนั้นบริษัทจะยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

(1) ความปลอดภัย
  บริษัทจะดำเนินการควบคุมความปลอดภัยของสถานที่ทำงานอย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการออกแบบ หลักการทางวิศวกรรมศาสตร์ และหลักการบริหารจัดการ และจัดให้มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน รวมทั้งจัดทำขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัย หากสถานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงดังกล่าวไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ พนักงานผู้ปฏิบัติงานนั้นๆจะได้รับอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

(2) การรองรับต่อเหตุฉุกเฉิน
  บริษัทจะจัดให้มีการบ่งชี้และประเมินสถานการณ์ แล้วดำเนินการตามแผนและขั้นตอนการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉินและแผนการฟื้นฟูหลังจากเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อลดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

(3) การบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงาน
  บริษัทจะนำวิธีการหรือระบบมาใช้สำหรับการจัดการ การติดตาม การรายงานการบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงาน
     (a) ส่งเสริมให้พนักงานมีการแจ้งรายงาน
     (b) จำแนกประเภทและบันทึกการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยในแต่ละกรณี
     (c) จัดให้มีการรักษาที่เหมาะสม
     (d) สอบสวนการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งจัดทำเอกสารการแก้ไขปรับปรุง
     (e) อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในการกลับเข้าไปทำงาน

(4) สุขศาสตร์อุตสาหกรรม
  บริษัทจะดำเนินการบ่งชี้ ประเมินและควบคุมงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ชีวภาพและกายภาพ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมตามลักษณะของงานแต่ประเภทให้กับผู้ปฏิบัติงาน

(5) งานที่เกี่ยวข้องกับการยศาสตร์
  บริษัทจะดำเนินการบ่งชี้ ประเมินและควบคุมงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงกายของพนักงาน เช่น การยกหรือเคลื่อนย้ายของหนัก งานที่ต้องยืนทำหรือทำซ้ำๆกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งพนักงานจะได้รับอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานนั้นๆ

(6) อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร
  บริษัทจะจัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยไว้ที่เครื่องจักร เช่น ฝาครอบเพื่อป้องกันจุดอันตราย ระบบ Interlock รวมทั้งดำเนินการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

(7) โรงอาหาร
  บริษัทจะจัดเตรียม ดูแลรักษาและปรับปรุง ห้องน้ำ น้ำดื่ม อาหาร สถานสำหรับประกอบอาหารและจัดเก็บวัตถุดิบให้มีสภาพที่สะอาดและถูกสุขอนามัย

7-2-3:  ด้านสิ่งแวดล้อม (ENVIRONMENTAL)

    บริษัทตระหนักว่าความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมคือสิ่งสำคัญในการผลิตสินค้าระดับโลก ดังนั้นในการดำเนินกิจกรรมต่างๆของบริษัทจะต้องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติน้อยที่สุด ดังนั้นบริษัทจะยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

(1) การรับรองและรายงานผลด้านสิ่งแวดล้อม
  บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และดำเนินการขออนุญาตหรือขอรับรองมาตรฐานที่จำเป็น รวมทั้งติดตามผลและรายงานอย่างต่อเนื่อง

(2) การป้องกันการก่อมลภาวะและการอนุรักษ์ทรัพยากร
  บริษัทจะส่งเสริมให้มีการป้องกันการก่อมลภาวะรวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากร เช่น การประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงาน การปรับแต่งกระบวนการผลิตและเครื่องจักร การปรับปรุงวิธีการบำรุงรักษา การใช้วัสดุหรือวัตถุดิบทดแทน การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการนำกลับมาใช้ซ้ำ

(3) สารเคมีและวัตถุอันตราย
  บริษัทจะดำเนินการบ่งชี้สารเคมีและวัตถุอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งควบคุมการเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ การนำกลับมาใช้ใหม่ การนำกลับมาใช้ซ้ำและการทำลายทิ้งให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

(4) น้ำเสียและของเสีย
  บริษัทจะดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุมและจัดการเกี่ยวกับน้ำเสียและของเสียที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัท กระบวนการผลิตและการใช้สาธารณูปโภคอย่างเหมาะสมก่อนนำไปบำบัด

(5) มลภาวะทางอากาศ
  บริษัทจะดำเนินการจำแนก เฝ้าระวัง ควบคุมและจัดการเกี่ยวกับสารอินทรีย์ไอระเหย ละอองในอากาศ สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน อนุภาค สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน สิ่งที่เกิดจากเผาไหม้ที่เป็นผลมาจากการดำเนินกิจกรรมของบริษัท

(6) ข้อกำหนดของส่วนผสมในผลิตภัณฑ์
  บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการนำกลับไปใช้ใหม่หรือการทำลายทิ้ง และข้อกำหนดการติดแสดง

7-2-4:  ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ (BUSINESS ETHICS)

    เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมและเพิ่มมูลค่าขององค์กร บริษัทจะยึดมั่นและปฏิบัติตามมาตรฐานด้านจริยธรรมทางธุรกิจต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

(1) ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
  บริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ และไม่ยอมให้มีการทุจริต ขูดรีด ฉ้อโกงเกิดขึ้นภายในบริษัท หากพบผู้กระทำการดังกล่าว บริษัทจะลงโทษด้วยการให้ออกจากงานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

(2) การไม่หาผลประโยชน์อันไม่เหมาะสม
  บริษัทจะไม่เสนอให้หรือรับสินบน การรับรองและอื่นๆ เพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์อันไม่เหมาะสม

(3) การเปิดเผยข้อมูล
  บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ การบริหารจัดการองค์กร สถานะทางการเงินและผลประกอบการตามข้อกำหนดกฎหมายและหลักปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม

(4) ทรัพย์สินทางปัญญา
  บริษัทจะเคารพในทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งดำเนินการควบคุมอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการละเมิดต่อทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว และบริษัทจะระมัดระวังในการโอนย้ายหรือจัดการเทคโนโลยีหรือโนว์ฮาวทั้งของบริษัทและของบุคคลอื่น เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ดังกล่าว

(5) การซื้อขายหุ้นอย่างเป็นธรรม
  บริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และจะไม่นำข้อมูลภายในที่ได้จากการปฏิบัติงานมาใช้เพื่อผลประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัท

(6) การคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล
  บริษัทจะให้การคุ้มครองแก่ผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดข้อกำหนดกฎหมายหรือหลักจริยธรรมภายในองค์กร เพื่อป้องกันมิให้ถูกหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งหรือขัดขวางในการทำงาน

(7) การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสังคม
  บริษัทจะมุ่งมั่นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านทางกิจกรรมด้านการศึกษา กีฬาและวัฒนธรรม

7-3: ปรัชญาการบริหารและวิสัยทัศน์องค์กร

    คณะกรรมการบริษัทได้มีการกำหนดปรัชญาการบริหารและวิสัยทัศน์ขององค์กร รวมทั้งได้เผยแพร่รายละเอียดดังกล่าวไว้ในส่วนของ “ข้อมูลบริษัท” บนเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว และคณะกรรมการบริษัทยังได้กำหนดให้มีการทบทวนผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในทุกไตรมาส และต้องบริหารแผนกลยุทธ์และตัวชี้วัดความสำเร็จ รวมถึงพิจารณามาตรการแก้ไขในกรณีที่ผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
    สำหรับตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานที่ไม่ใช่ด้านการเงินนั้น บริษัทฯ ได้มีการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงอัตราการจัดส่งสินค้าที่ทันเวลาด้วย โดยสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งในด้านคุณภาพและการจัดส่งได้ 100% มาหลายปีติดต่อกัน

7-4: การปฏิบัติงานในคณะกรรมการชุดอื่น

    เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอันสมควรหรือการจัดสรรเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารอันดับ 1 ของบริษัท คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายไม่อนุญาตให้ประธานกรรมการของบริษัทเป็นกรรมการของบริษัทจดทะเบียนอื่นใด ยกเว้นบริษัทแม่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม

7-5: การดำเนินการตรวจสอบภายใน (IA)

    บริษัทมีฝ่ายตรวจสอบภายในการกำกับดูแลกิจกรรมทางการเงินและการดำเนินงาน เพื่อทำให้แน่ใจว่ากิจกรรมเหล่านี้มีการดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทตามกฎระเบียบที่กำหนดโดยบริษัทและกฎหมายที่ใช้บังคับ ฝ่ายตรวจสอบภายในจะมีความเป็นอิสระเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ และจะรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบโดยตรง ระบบการควบคุมและการกำกับดูแลภายในจะถูกตรวจสอบและประเมินผลเป็นประจำโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับมอบอำนาจ ที่ผ่านมายังไม่พบความผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญในกระบวนการดำเนินการใดๆ ของบริษัท และทุกขั้นตอนได้รับการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพตามที่วางแผนไว้ คณะกรรมการตรวจสอบได้แต่งตั้งคุณ ดรุณี จาง ให้เป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน

7-6: ความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท

    บริษัทมีนโยบายว่า บริษัทควรรักษาความหลากหลายในโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท บุคคลต่างๆ ที่เป็นกรรมการบริษัทของบริษัทไม่เพียงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ยังต้องมีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์หลายด้านครอบคลุมหลากหลายสาขาและความเชี่ยวชาญ

7-7: คุณสมบัติของกรรมการบริษัท

    บริษัทมีหลักเกณฑ์ในการเลือกกรรมการใหม่ โดยบุคคลใดก็ตามที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการของบริษัทจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

     (1) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมหาชนและประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
     (2) มีความรู้ ทักษะ การศึกษา ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมและคู่ควรสำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการ และการมีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของบริษัท
     (3) สามารถทุ่มเททำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะบริหารเวลาของตนในการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการและการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อทำการตัดสินใจที่สำคัญ
     (4) มีจริยธรรม ซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ ศีลธรรม และคุณสมบัติอื่นใดตามที่กฎหมายและข้อบังคับอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด
     (5) มีคุณสมบัติอื่น ที่คณะกรรมการอาจเห็นว่าเหมาะสมในภายหลัง หรือกฎหมายและข้อบังคับกำหนด
หมายเหตุ : คณะกรรมการบริษัท จะต้องไม่เคยเป็นผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้สอบบัญชีของบริษัทเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัท

7-8: กระบวนการที่ตามมาหลังการแต่งตั้งผู้บริหารใหม่

    การแต่งตั้งกรรมการของบริษัทต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการบริษัทเสนอรายชื่อผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นกรรมการของบริษัทเพื่อการแต่งตั้งในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจะมีขั้นตอนในการคัดเลือกดังต่อไปนี้

    (1) ผู้ถือหุ้นแต่ละรายมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือ
    (2) ผู้ถือหุ้นแต่ละรายอาจใช้คะแนนเสียงทั้งหมดที่ตนเองมีเพื่อเลือกกรรมการหนึ่งคนหรือมากกว่านั้นได้ แต่ไม่อาจแบ่งคะแนนเสียงออกเป็นส่วนสำหรับผู้สมัครตั้งแต่สองคนขึ้นไป
    (3) ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดจะถือว่าได้รับเลือกให้เป็นกรรมการโดยเรียงจากผู้ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดไปหาคะแนนเสียงน้อยสุดตามจำนวนกรรมการที่จะได้รับเลือกในขณะนั้นหากผู้สมัครตั้งแต่สองคนขึ้นไปได้รับคะแนนเสียงเท่ากันสำหรับตำแหน่งสุดท้ายประธานในที่ประชุมจะตัดสินว่าผู้สมัครรายใดจะได้รับเลือก

7-9: การปฐมนิเทศสำหรับกรรมการคนใหม่

    บริษัทจัดให้มีหลักสูตรปฐมนิเทศกับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ โดยครอบคลุมลักษณะกิจการ วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กฎเกณฑ์และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

7-10: การฝึกอบรมของกรรมการบริษัท

    บริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการเข้าร่วมหลักสูตรการฝึกอบรมด้านวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจัดภายในบริษัทหรือภายนอกโดยสถาบันต่างๆ เช่น SET, SEC, IOD หรือบริษัทสอบบัญชี ในปี 2561 บริษัทได้ดำเนินการให้กรรมการชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่ง เข้ารับการอบรมในภาคภาษาอังกฤษของหลักสูตร “IFRS Seminar” ซึ่งจัดโดย บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด

7-11: การประชุมคณะกรรมการบริษัท

    จะจัดการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำอย่างน้อยทุกสามเดือน จะทำกำหนดการประชุมในรอบปีก่อนต้นปีหรือตอนต้นปี จะกำหนดเวลา สถานที่ และวาระการประชุมล่วงหน้าและแจ้งให้กรรมการบริษัททราบเพื่อที่จะมีเวลามากพอในการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม จะส่งเอกสารเกี่ยวกับการประชุมแต่ละครั้งให้คณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 7 วันล่วงหน้าเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมีเวลาเพียงพอที่จะศึกษา
     บริษัทกำหนดจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 2/3 สำหรับการตัดสินใจของคณะกรรมการฯ เลขานุการบริษัทจะจดรายงานการประชุมอย่างละเอียดและจัดเก็บเข้าแฟ้ม และรายงานการประชุมนี้จะมีพร้อมสำหรับการตรวจสอบอยู่เสมอ
     อนึ่ง คณะกรรมการอิสระสามารถที่จะจัดให้มีการประชุมนอกรอบเพื่อตรวจสอบในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากวาระการประชุมปกติของคณะกรรมการได้โดยอิสระจากฝ่ายบริหารระดับสูงของบริษัทฯ

7-12: รายงานของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของรายงานงบการเงินของบริษัทโดยภาพรวมและรายงานงบการเงินเฉพาะอย่าง จะจัดทำรายงานงบการเงินอย่างถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีของไทย การจัดทำรายงานงบการเงินเสร็จสมบูรณ์ด้วยความรอบคอบเพื่อเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับบริษัทให้กับประชาชน คณะกรรมการบริษัทยังรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของ บริษัทในรายงานข้อมูลประจำปี (แบบฟอร์ม 56-1) และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี (แบบฟอร์ม 56-2) คณะกรรมการบริษัทยังรับผิดชอบในการทำให้มั่นใจว่าการดำเนินการของบริษัททำได้อย่างมีประสิทธิผลและอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจที่คาดหวังและป้องกันการประพฤติมิชอบที่สำคัญในการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับเรื่องนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่มีประสบการณ์ภายนอกรับผิดชอบรายงานทางการเงิน ระบบการควบคุมภายในและระบบการจัดการความเสี่ยงภายในบริษัท
  ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 คณะกรรมการตรวจสอบยังอนุมัติรายงานงบการเงินของบริษัทโดยภาพรวมและรายงานงบการเงินเฉพาะอย่างของบริษัท ซึ่งจะแสดงในรายงานข้อมูลประจำปี (แบบฟอร์ม 56-1) และรายงานผลการดำเนินงานประจำปี (แบบฟอร์ม 56-2)

7-13: บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

    (1) ดำเนินการบริหารบริษัทให้สอดคล้องกับกฎหมาย วัตถุประสงค์ของบริษัท ข้อบังคับของบริษัท และมติของการประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท
    (2) กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายและกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท และทบทวนทุกปี
    (3) อนุมัติและทบทวนเรื่องธุรกิจที่สำคัญของบริษัท เช่น เป้าหมายทางการเงิน แผนการทำงาน และงบประมาณอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
    (4) ตรวจสอบผลงานของทีมบริหารเพื่อให้มั่นใจว่ามีความใส่ใจและความระมัดระวังอย่างถูกต้องเหมาะสม
    (5) กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายนี้เป็นประจำทุกปี
    (6) สร้างระบบการจัดการความเสี่ยงและประเมินผล
    (7) ตรวจสอบระบบการควบคุมภายในและระบบการตรวจสอบภายในว่าได้กระทำอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
    (8) อนุมัติข้อพึงปฏิบัติทางธุรกิจ ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัตินี้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และทบทวนแก้ไขเป็นครั้งคราวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
    (9) อนุมัตินโยบายที่จะป้องกันกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงานใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและเฝ้าติดตามการปฏิบัติตาม
    (10) รายงานความขัดแย้งของผลประโยชน์ของตนเองและ/หรือที่บุคคลที่เป็นญาติกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบริษัทหรือบริษัทในเครือให้กับบริษัท
    (11) สร้างช่องทางในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดที่มีกลไกการแจ้งผลตอบรับให้พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
    (12) จัดทำและส่งรายงานทางการเงินที่ตรวจสอบแล้วตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป และกำกับดูแลและตรวจสอบระบบการรายงานทางการเงินเพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และเหมาะสม
    (13) พิจารณาและอนุมัติการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการลงทุน
    (14) อนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัทกับบริษัทในเครือให้สอดคล้องกับประกาศ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
    (15) จัดการประชุมของคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้งโดยกรรมการบริษัทสามารถร่วมประชุมได้เป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
    (16) สร้างกลไกสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการบริษัท คณะอนุกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง เพื่อที่จะกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสม

7-14: หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร

    คณะกรรมการบริหารของบริษัทมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) วางแผนและนำพาบริษัทไปสู่เป้าหมายที่ได้วางไว้ เป้าหมายอันได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ และข้อตกลงของคณะกรรมการบริหาร
(2) จัดตั้งนโยบายบริษัทสำหรับการบริหารการเงิน, การนำเข้าและส่งออก, และการตลาดในประเทศและต่างประเทศ
(3) กำกับดูแลการผลิตโดยทั่วไปของบริษัทเพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด
(4) หน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหาร
หมายเหตุ :ไม่มีกรรมการบริหารของบริษัทท่านใดในคณะกรรมการชุดปัจจุบัน ที่เคยเป็นพนักงานหรือเคยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของบริษัทผู้ตรวจสอบบัญชีที่ใช้บริการในปัจจุบัน ในช่วง 2 ปีผ่านมา

7-15: การประเมินผลการปฏิบัติงาน

7-15-1:  การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทดำเนินการประเมินผลงานโดยรวมของคณะกรรมการฯด้วยตนเองประจำปี โดยครอบคลุม 6 หัวข้อต่อไปนี้

(1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
(2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
(3) การประชุมของคณะกรรมการ
(4) ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ
(5) ความสัมพันธ์กับผู้บริหาร
(6) การปรับปรุงตนเองของกรรมการ และการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง

  นอกจากนี้ กรรมการแต่ละคนดำเนินการประเมินตนเองเป็นรายบุคคลโดยครอบคลุม 2 หัวข้อดังต่อไปนี้

(1) ความรู้และความเข้าใจในการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ
(2) ผลการปฏิบัติงานของกรรมการ

    เลขานุการบริษัทจะแจกจ่ายแบบประเมินแก่กรรมการทุกคนเพื่อให้ดำเนินการประเมินตนเองตามทั้งประการดังกล่าวข้างต้น โดยให้ส่งแบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลครบแล้วและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท

7-15-2:  การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

    คณะกรรมการบริษัทดำเนินการประเมินผลงานคณะกรรมการชุดย่อยประจำปี

7-15-3:  การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทดำเนินการประเมินประธานกรรมการประจำปีตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยมีหัวข้อที่ทำการประเมินครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้:

(1) ภาวะความเป็นผู้นำ
(2) การวางแผนเชิงกลยุทธ์
(3) การลงมือปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์
(4) การวางแผน/ผลการดำเนินงานด้านการเงิน
(5) ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการบริษัท

7-16: แผนการขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทได้พัฒนาแผนการขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัทเรื่อยมา เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกรายมั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทจะไม่มีการติดขัดจากตำแหน่งที่ว่างลง กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงประธานบริษัทตามแผนที่วางไว้ เช่น เกษียณอายุ คณะกรรมการบริษัททั้งชุดจะมีส่วนในการเลือกผู้ขึ้นรับตำแหน่ง กรณีที่มีการขึ้นรับตำแหน่งแบบฉุกเฉินเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด คณะกรรมการบริษัทจะจัดประชุมพิเศษเพื่อแต่งตั้งผู้รักษาการตำแหน่งประธานบริษัท คณะกรรมการบริษัทจะทบทวนแผนการขึ้นรับตำแหน่งทุกปี เพื่อคาดการณ์เรื่องการขึ้นรับตำแหน่งภายในบริษัท แผนการขึ้นรับตำแหน่งจะมีการปรับปรุงและแก้ไขตามสถานการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท

7-17: ค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทและผู้บริหาร

    รายละเอียดของค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่กรรมการบริษัทและผู้บริหารอยู่ในเอกสารเลขที่ 56-1 และในส่วนผู้ถือหุ้น-การจ่ายค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูงในเอกสารเลขที่ 56-2

7-18: บทบาทและความรับผิดชอบของประธานคณะกรรมการบริษัท

    ประธานคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นกว่ากรรมการบริษัทคนอื่นๆ ดังต่อไปนี้

(1) เรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทและประชุมผู้ถือหุ้น และกำหนดวาระการประชุม
(2) ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานทั้งในการประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้น
(3) ออกเสียงลงมติชี้ขาดกรณีที่การประชุมคณะกรรมการบริษัทหรือการประชุมผู้ถือหุ้นมีเสียงลงมติเท่ากัน
(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมายที่ระบุไว้สำหรับประธานคณะกรรมการบริษัท

7-19: คณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการตรวจสอบบริษัท มูราโมโต้ อีเล็คตรอน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยกรรมการอิสระจากบุคคลภายนอกจำนวน 3 ท่านคือ

(1) ศ.ไพจิตร โรจนวานิช ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
(2) นายวันชัย อ่ำพึ่งอาตม์ กรรมการตรวจสอบ
(3) นายนพ โรจนวานิช กรรมการตรวจสอบ

    โดยมีนางวงศ์ทิพา  บุนนาค เป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
   *หมายเหตุ ศ. ไพจิตร โรจนวานิช ลาออกจาการเป็นกรรมการตรวจสอบ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561

คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อคณะกรรมการบริหารดังต่อไปนี้

คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ดังต่อไปนี้
(1) สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเปิดเผยอย่างเพียงพอ โดยการประสานงานกับผู้สอบบัญชีภายนอกและผู้บริหารที่รับผิดชอบจัดทำรายงานทางการเงินทั้งรายไตรมาสและประจำปี ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบอาจเสนอแนะให้ผู้สอบบัญชีสอบทานหรือตรวจสอบรายการใดๆ ที่เห็นว่าจำเป็นและเป็นเรื่องสำคัญในระหว่างการตรวจสอบบัญชีของบริษัทก็ได้
(2) สอบทานให้บริษัทมีระบบควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพและสอบทานประสิทธิผล และความพอเพียงของกระบวนการบริหารความเสี่ยง รวมถึงพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
(3) สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
(4) พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้ง บุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความเพียงพอของทรัพยากรและปริมาณงานตรวจสอบของสำนักงานตรวจสอบบัญชีนั้น รวมถึงประสบการณ์ของบุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ทำการตรวจสอบบัญชีของบริษัท เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขอรับการแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
(5) พิจารณารายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
(6) จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้;
     (6.1) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ ของรายงานทางการเงินของบริษัท
     (6.2) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
     (6.3) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายธุรกิจของบริษัท
     (6.4) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
     (6.5) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
     (6.6) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
     (6.7) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter)
     (6.8) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
(7) ปฏิบัติการอื่นใดก็ตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ

7-20: คุณสมบัติของกรรมการอิสระ

    คุณสมบัติของกรรมการอิสระได้รับการกำหนดตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยกรรมการอิสระจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

    (1) ไม่ถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทหรือบริษัทแม่ บริษัทย่อย บริษัทในเครือ   ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมของบริษัท ไม่ว่าในกรณีใดต้องนับการถือหุ้นของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการอิสระด้วย
    (2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง หรือที่ปรึกษาซึ่งได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัท หรือเป็นผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท หรือบริษัทแม่ บริษัทย่อย บริษัทในเครือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมของบริษัท ยกเว้นได้ถูกถอดออกจากตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระของบริษัท
    (3) ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมายในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส พี่น้องและบุตร หรือเป็นคู่สมรสของบุตรของกรรมการ  ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บุคคลที่มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลอื่นซึ่งจะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารหรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย
    (4) ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทหรือบริษัทแม่ บริษัทย่อย บริษัทในเครือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัทในลักษณะที่อาจแทรกแซงดุลยพินิจอันเป็นอิสระของตน และไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทหรือบริษัทแม่ บริษัทย่อย บริษัทในเครือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัท ยกเว้นได้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระของบริษัท ความสัมพันธ์ทางธุรกิจดังกล่าวหมายถึง ธุรกรรมทางกิจการ การเช่าหรือให้เช่าทรัพย์สินถาวร ความช่วยเหลือทางการเงิน การให้หรือรับเงินกู้ การค้ำประกัน หรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้บริษัทหรือคู่สัญญาตกอยู่ภายใต้ความรับผิดที่จะต้องชำระเงินให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นจำนวนร้อยละ 3 ขึ้นไปของทรัพย์สินที่มีตัวตนสุทธิของบริษัท หรือเป็นจำนวน 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า
    (5) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท หรือบริษัทแม่ บริษัทย่อย บริษัทในเครือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัท และไม่เป็นและไม่เคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บุคคลที่มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานตรวจสอบบัญชีซึ่งว่าจ้างผู้สอบบัญชีของบริษัท  บริษัทย่อย บริษัทในเครือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัท ยกเว้นได้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระของบริษัท
    (6) ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายหรือการเงินซึ่งได้รับค่าตอบแทนรายปีเป็นจำนวนเงินเกินกว่า2 ล้านบาทจากบริษัทหรือบริษัทแม่ บริษัทย่อย บริษัทในเครือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือบุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัท และไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บุคคลที่มีอำนาจควบคุมบริษัทหรือหุ้นส่วนของบริษัทผู้ให้บริการด้านวิชาชีพดังกล่าว ยกเว้นได้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระของบริษัท
    (7) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นอื่น ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    (8) ไม่ประกอบกิจการในลักษณะเดียวกันกับบริษัทหรือบริษัทย่อย และไม่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร ลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือนของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการลักษณะเดียวกันหรือแข่งขันกับบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือเป็นผู้ถือหุ้นที่หุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเกินกว่าร้อยละ 1 ของบริษัทดังกล่าว
    (9) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ตนไม่สามารถแสดงความเห็นอันเป็นอิสระเกี่ยวกับการประกอบกิจการของบริษัทได้

7-21: วาระในการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ

คณะกรรมการบริษัทกำหนดเป็นนโยบายว่า กรรมการอิสระอาจขาดความเป็นอิสระเมื่อได้ปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 9 ปี หรือ 3 วาระติดต่อกัน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาทบทวนความเป็นอิสระหลังจากนั้นทุกๆ ปี

PAGETOP
Copyright © MURAMOTO ELECTRON(THAILAND) PUBLIC COMPANY LIMITED All Rights Reserved.